Saturday, March 17, 2007

+/- ... เซ็ง สัตว์(สังคม) ... -/+

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปงานอุ่นเครื่องงานเลี้ยงรุ่นของบุญวาทย์วิทยาลัย รุ่น 101 (วชิรวาทย์) มา
เป็นการรวมตัวกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเพื่อนๆรุ่นเราที่อยู่กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงในตอนนี้

ทั้งอบอุ่น สนุกสนาน และเฮฮาเป็นอันมาก จนทำให้อยากขอยืมไทม์แมชชีนของโดเรม่อนมานั่งไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นจริงๆที่จะจัดตอนเดือนเมษาฯมันเสียเดี๋ยวนี้เลย

แต่ประเด็นที่จะกล่าวถึงในวันนี้ไม่ได้รื่นเริงเหมือนงานในคืนนั้น . . .

เรื่องมันมีอยู่ว่า ... ในคืนวันนั้น มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนคนหนึ่งไปเที่ยวที่ผับเดียวกันกะพวกของเรา จะด้วยเพราะได้ข่าวล่วงหน้าเรื่องการรวมตัว หรือจะเพราะความบังเอิญก็แล้วแต่
พี่คนที่ว่านี้ก็เข้ามาทักทายพวกเพื่อนๆที่โต๊ะ หลายคนยกมือไหว้ หลายคนพูดคุยด้วย

แต่เรากลับไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า เพราะพี่อดีตประธานนักเรียนคนนี้เคยมีประวัติในทางที่ไม่ดี และมีพฤติกรรมที่หลายคนมองว่าควรถูกประณาม และเหตุผลหนึ่งที่เราไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็นคนรู้จักของเขาก็เพราะว่า ผู้ที่ตกเป็นกรรมของประธานในประโยคที่มีคำกริยาอันแสนจะเฮงซวยนี้ ก็คือเพื่อนคนหนึ่งในรุ่นของเรานั่นเอง


มาคิดๆดูแล้ว ก็นึกแปลกใจในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่ประการหนึ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงจะยิ้มแย้มทักทายไปตามประสา เพราะถือว่า เค้าดีกับเรา เราก็ดีตอบ แม้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังเค้าจะฟอนเฟะหรือน่าขนพองสยองเกล้าเพียงใด

เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หนึ่งต่อหนึ่ง ไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
เป็นเหตุผลลึกๆที่ทำให้เรารู้สึกว่า คนเป็นแฟนกัน เลิกกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันได้
เพราะคิดอย่างนั้น ถึงเคยถูกเพื่อนสมัยมหา'ลัยคนนึงเคืองเอา เพราะดันไปสนทนาพาทีกับแฟนเก่าของมัน ที่มันเคยมาเล่าว่าทำไม่ดีกับมันไว้มากมาย

เหมือนกับว่า เมื่อโตขึ้น ได้มีการปะทะสังสรรค์ทางสังคมกับมนุษย์หลากประเภทอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นมีมิติที่ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้

เมื่อหนึ่งต่อหนึ่งไม่ได้เท่ากับหนึ่งต่อหนึ่งอีกต่อไป เค้าดีกับเรา ผลดีไม่ได้อยู่ที่เราเสมอไป เมื่อเราไปหักอกใคร เพื่อนเค้าจึงมีสิทธิ (ที่อาจไม่ค่อยชอบธรรม) ที่จะโกรธเราได้

สมมติว่าเราเป็นคนยิว นั่งดื่มอยู่คนเดียวในร้านเหงาๆ แล้วอยู่ๆฮิตเลอร์เข้ามาทักอย่างนอบน้อม ชวนกินเหล้า พูดคุยเฮฮาเป็นกันเอง ดูเป็นมิตรอย่างไม่น่าเชื่อ

เราจะยอมกลืนความคับแค้นใจของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ แล้วบอกตัวเองว่านี่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักผู้นำจอมเผด็จการในอีกแง่มุม
หรือเอาเหล้าสาดหน้าแม่-เลย???

สมมติว่าเราเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา' แล้วบังเอิญจอมพลท่านนั้นย้ายบ้านมาอยู่ติดกับบ้านเรา

ท่านก็ประพฤติตนเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มีน้ำใจ ได้ของกินอะไรมาเยอะแยะก็นำมาแบ่งปัน ไม่โหวกเหวกโวยวายให้บ้านข้างๆให้ขุ่นเคือง

เราจะทำอย่างไรกับความรู้สึกเศร้าโศกและหดหู่ที่กัดกินอยู่ในหัวใจยามที่เห็นเพื่อนนักศึกษาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา บ้างก็สูญเสียทั้งร่างกายและวิญญาณ หรือต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าป่าไป

เราควรจะทำดีกับจอมพลท่านนั้นในฐานะเพื่อนบ้าน หรือเขียนประณามสิ่งที่ท่านทำไว้ในอดีตแล้วพับเป็นจรวดโยนเข้าไปในบ้านข้างๆวันละสามเวลาหลังอาหาร???

และอีกเช่นกัน สมมติว่าเรายืนต่อคิวรอเข้าห้องน้ำอยู่ในห้างสรรพสินค้า แล้วเราปวด(หนัก)มากจนทนไม่ไหว เกิดตดออกมา เราอายมาก เพราะคนที่รอคิวทั้งหมดหัวเราะฮาครืนกันหมด

ยกเว้นชายคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเราในแถว ที่หันมาเอื้อเฟื้อ บอกให้เราลัดคิวไปก่อนได้ แต่คนๆนั้นกลับเป็นอดีต ฯพณฯท่านนายกฯหน้าเหลี่ยม!

เราจะทำยอมรับน้ำใจจากเขา ผู้นำทุกข์หนักและหายนะมาสู่ประเทศชาติ แล้วแซงแถวเพื่อเข้าไปปลดทุกข์ของเราที่มาจ่ออยู่ที่you know where

หรือเราจะยอมอดกลั้นเอาไว้ แล้วเดินออกไปหาห้องน้ำที่ชั้นอื่นเข้า โดยที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันอยู่ตรงไหนและจะมีคนต่อคิวอีกเท่าไหร่???


สรุปแล้วคืนนั้นเราก็ไม่ได้ทักรุ่นพี่คนนั้น... แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะกระชากคอเสื้อแล้วถามว่า "ทำเพื่อนกูทำไม?"



เกิดเป็นสัตว์สังคมช่างเหนื่อยแท้ . . . เฮ้อ . . .

1 comment:

siamesekid said...

เราก็กำลังจะมีงานเลี้ยงคืนสู่เหย้านะ เมษาเหมือนกันเลย(ทำไมฮิตเดือนนี้กันหว่า) แต่ยังไม่ได้รู้สึกอยากกระชากคอใครมาต่อย แย่หน่อยที่เรื่องเหล่านั้นเกิดกับเพื่อนของคุณ ถ้าเรื่องที่ว่ามันหนักหนาสาหัสและถ้าเราเป็นพี่(ซึ่งมันคงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ)เราอาจจะไม่ลังเลที่จะกระชากคอเสื้อคอเสื้อเขามาแล้วฮุกสักหมัด เป็นการปลดปล่อยเรื่องที่ผ่านมา(เราช่างป่าเถื่อนอยู่ดีๆไปต่อยเขา)ถ้าเขาไม่สวนหมัดกลับมาจนเราสลบแน่นิ่ง หลังจากนั้นก็คงถือว่าเราหายกัน(หรือเปล่า) ถ้าเรื่องไม่เส็งเคร็งมากเกินไป
เราคงให้โอกาสเขาเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นเพื่อนกันได้
.
.
.
มั้ง?
แต่ถ้าไม่ได้
เราก็ได้ฮุกเขาไป 1 หมัดเต็มๆ กำไรเห็นๆ
แต่อย่าดีกว่า ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด